คำถาม

posted on 26 Oct 2012 22:00 by acariclub in France, idealize

 

 

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ

 

 

 

 

 

สัปดาห์นี้มีเรื่องยุ่งๆ หลายอย่างค่ะ ก็เลยไม่ค่อยสะดวกจะนั่งหาเวลาเขียนได เปลี่ยนเป็นคุยเม้นกับคุณๆ แทน ง่ายกว่านั่งเขียนเอนทรี่เยอะเลย ฮี่ๆ

พอสิ้นเดือนตุลาคม อากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลงล่ะ ฤดูร้อนที่แสนสั้นผ่านไปแล้ว โอ่ย ฤดูหนาวกำลังจะมาแล้วค่ะ

ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ดูไปก็สวยดี สีเหลืองบ้างแดงบ้าง บางที่ก็ยังเขียวอยู่ ติดที่ว่าอากาศมันอึมครึมครึ้มฝนเกือบตลอดทั้งอาทิตย์ ถ่ายรูปออกมาก็ติดท้องฟ้าสีเทาค่ะ

พอมาวันที่แดดออก ก็ดันลืมกล้องไว้ที่บ้านอีก

จึงได้ภาพมาโชว์แค่นี้ล่ะ ถ่ายตอนกำลังจะกลับบ้าน เวลาเย็นมากแล้ว พระอาทิตย์เริ่มตกไวขึ้น ตอนถ่ายมานี่แสงใกล้จะหมดเต็มทีแล้วค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

จริงๆ แล้วมันใช้เวลาเปลี่ยนสีแค่แป๊บเดียวเองนะ แค่สองสามสัปดาห์ ก็ร่วงโกร๋นหมดต้นแระ ได้สวยครั้งสุดท้ายก่อนจะจำศีล สวยอีกทีก็ปีหน้าเลย แต่คิดว่ายังไงปีหน้าก็ยังสวยได้ใหม่อีกรอบ ปีนี้ร่วงๆ ไปก่อน ก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่ต้นยังไม่ตาย ฉันก็มีสิทธิสวย อิอิ คิดงี้ดูมีความหวังขึ้นหน่อย

 

 

 

 

 

มองต้นไม้แล้วก็รีบวิ่งเข้าเมโทร ไม่ไหว มันหนาวจริงๆ พลางนึกถึงเรื่องที่จะมาเขียนวันนี้ มันเกี่ยวข้องกับเรื่องยุ่งๆ ในชีวิตเราอยู่เรื่องหนึ่ง ทำให้ระลึกถึงอดีต

 

 

 

 

 

 

 

อดีตเนี่ย เหมือนส่วนหนึ่งของตัวเรา เวลาถามว่าทำไมเราถึงนิสัยแบบนี้? (แนวว่าคล้ายๆ คำด่า)

คำตอบก็คือก็เรามีอดีตมาอย่างงั้น เคยทำอย่างงี้ เคยเป็นอย่างงู้น ก็เลยทำให้ตอนนี้มีนิสัยแบบนี้ไงล่ะ

อดีตที่เรานึกถึง ไกลไปถึงช่วงที่จำความได้ ช่วงที่ฟันน้ำนมหักใหม่ๆ หรือช่วงที่ได้เพื่อนคนแรกในโรงเรียน จะว่าไปคนเราก็มีฮาร์ดดิสขนาดใหญ่พกติดตัวกันคนละอัน บางเรื่องคิดว่าลืมไปแล้ว แต่พอขุดคุ้ยก็ดันนึกขึ้นได้ซะอย่างงั้น เวลาได้เจอเพื่อนเก่าแล้วชวนคุยเรื่องเก่าๆ ก็ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ไปอีกแบบค่ะ ยิ่งคุยแล้วเพลิน บางทีก็ตลก บางทีก็ซึ้ง บางทีก็ไม่อยากพูดถึง บางทีก็ประทับใจจนยากจะลืม

 

 

 

การรำลึกถึงอดีตไม่ได้ช่วยให้อนาคตดีขึ้น แต่พอได้ทบทวนก็ทำให้นึกสงสัยขึ้นมาค่ะ ว่าตัวเราที่เป็นตัวเรานั้น อะไรที่เป็นแกนสำคัญของชีวิตเรากันนะ อะไรคอยขับเคลื่อนตัวเราให้กลายมาเป็นตัวเราเองในทุกวันนี้

 

คำถามมักจะเกิดกับเราเสมอตั้งแต่สมัยฟันน้ำนมขึ้นใหม่ๆ ยันตอนนี้ ก็ยังเกิดคำถามได้เป็นล้านแปด และคงจะเป็นอินฟินิตหาลิมิตไม่ได้ ใช้โลปิตาลช่วยก็คงไม่มีประโยชน์ คงถามไปจนกระทั่งสิ้นอายุขัยอ่ะดูท่า

เออ หรือว่าคำถามเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างรึเปล่า ทุกอย่างในที่นี้หมายถึงทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาให้เราได้รับรู้

 

 
จริงๆแล้ว เรามีชีวิตอยู่ด้วยเพราะความสงสัยรึเปล่า?

เรากินความสงสัยเป็นอาหาร หรือชีวิตที่เดินหน้าต่อมาได้ก็เพราะความสงสัยขับเคลื่อนให้เราออกเดิน

ตะก่อนเราสงสัยเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต สิ่งของเครื่องใช้ว่าใช้ได้ยังไง การมีเพื่อนการสังคม เราสงสัยว่าทำยังไงอยู่ได้โดยไม่อาย ทำยังไงถึงจะทำการบ้านได้ ทำยังไงไม่โดนครูด่า ทำยังไงจะมีเพื่อนสนิท ทำยังไงรักษาเพื่อนเอาไว้ หรือแม้เราย้ายไปเรียนที่โรงเรียนแห่งใหม่ ก็เพราะเหตุผลว่าเราเกิดคำถาม เราจะทำได้แค่ไหน ชีวิตที่ไม่มีพ่อแม่คอยโอ๋ จะเอาตัวรอดได้แค่ไหน มีเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันมากๆ อยู่แล้ว แต่จะเป็นยังไงนะสำหรับการหาเพื่อนใหม่ ยากเย็นแค่ไหน ความสงสัยของเรามีตลอดมา

 

แม้กระทั่งเรื่องวายๆ เราก็ค้นหาว่าเราเป็นอะไรกันแน่ ตลอดจนจัดการปัญหาของตัวเอง เราสงสัยว่าเราจะพ้นจากวังวนเหล่านี้ได้ยังไง เราจึงลองเขียนนิยายเพื่อแก้ปัญหา เมื่อแก้ตก เราก็สงสัยอีกว่าถ้าเขียนเรื่องที่มีปมซับซ้อนจะเกิดอย่างไรขึ้น เราจะทำได้ไหม จากนั้นเราก็เรียนไปเขียนนิยายไป เราเรียนเราก็สงสัยว่าป.ตรีจะจบทันเพื่อนไหม จะเอาเกียรตินิยมได้ไหม สรุปว่าไม่ได้ ฮ่าๆ แต่ก็จบทันเพื่อนและได้รับปริญญาพร้อมกัน เออ นี่คลายความสงสัยว่าจริงๆแระเราโง่ขึ้นรึเปล่า คำตอบคือเปล่า แค่ว่าเพื่อนในห้องมันเมพไป มันเก่งเกินคน จริงๆแระเราเป็นคนธรรมดา ปกติชน...

 

 

ระหว่างที่เราสงสัยและทำนั่นทำนี่เพื่อคลายความสงสัย เราก็ได้เรียนรู้และได้ข้อคิดในชีวิตไปด้วย ข้อคิดเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่า ได้มาจากประสบการณ์และความฉุกใจคิด และยิ่งดีไปใหญ่ถ้าเราได้มีโอกาสบันทึกเอาไว้ เพราะไม่อย่างนั้นบางทีก็ลืม น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

 

ตอนเรียนป.โท เราสงสัยว่าเราจะเรียนรอดไหม ก็ขนาดป.ตรียังกลิ้งจบ แต่ไปๆ มาๆ เราก็ชอบในสิ่งที่เราทำ เราสงสัยว่าผลการทดลองอันไม่ได้เรื่องสมัยป.ตรี จะทำให้ได้ในป.โทได้ไหม คำตอบก็คือได้ เราได้ผลการทดลองที่ทำให้ตัวเองยิ้มแฉ่ง การตอบคำถามของตัวเองได้นั้นสร้างความภาคภูมิใจแบบสุดๆ เมื่อเราเรียนจะจบโท อาจารย์ให้โอกาสเราไปเกาหลี เราอยากไป แต่เราทำโทให้จบได้ไม่ทัน เราก็พยายามด้วยความหวังว่าเราจะทำทัน ไปๆ มาๆ อาจารย์ก็มาเสนอโอกาสใหม่ ว่าไปฝรั่งเศส อยากไปไหม ตอนนั้นกำลังพยายามจนหัวหลักปักขวิด ขาไขว้กันจะตายอยู่แล้ว แต่ก็ยังตอบอาจารย์ว่าอยาก อาจารย์ก็เลยบอกให้รีบทำจบโทให้เร็วที่สุด

 

 

พยักหน้าตอบจารย์อย่างมั่นใจว่าได้ค่ะ เสร็จแล้วมานั่งสงสัยว่ากรูจะทำได้ไหม? แหะๆ ยังไงก็แล้วแต่ความพยายามก็ยังมีต่อไป เหมือนโลกที่ซ้อนทับกันระหว่างโลกแห่งคำถาม กับโลกแห่งโชคชะตา โชคชะตาเนี่ยเหมือน... เรียกว่าอะไรดี วาสนาละกัน วาสนาโอกาส บุญ บลาๆ อะไรก็แล้วแต่ที่พิสูจน์ไม่ได้ อะไรที่เรียกว่าความบังเอิญเหมือนบุญหล่นทับ และเพราะมันพิสูจน์ไม่ได้ มันก็เลยคาดเดาไม่ได้ ดังนั้นเราก็เลยอินอยู่กับโลกแห่งคำถามต่อไป

 

ในที่สุดแวบเดียวเท่านั้น เราก็ได้มายืนในแผ่นดินฝรั่งเศส ไม่ว่าอะไรจะบันดาลให้มาถึงนี่ก็แล้วแต่ เออ แต่ก็มาถึงไปแระนิ ถือว่าทำได้ ตอนนั้นต้องเดินทางมาต่างประเทศเพียงลำพังครั้งแรก รู้สึกกลัวไปทุกสิ่งทุกอย่าง ในใจถามตัวเองว่า เดินทางมาครั้งแรก จะสามารถไปถึงเมืองที่เราจะอยู่ในต่อไปได้ไหม โดยไม่มีเพื่อนมารับเนี่ย ความกลัวมีมากก็จริง แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาเยอะแยะตาแป๊ะไก่ เจ้าตัวอีโก้ที่คอยจะหลบหลืบก็โผล่ขึ้น มันมักจะโผล่มาแบบเราไม่ได้ตั้งตัว จนบางทีเราก็แทบจะลืมว่ามีมัน หรือเจ้าตัวอีโก้เนี่ยแหละที่ทำให้เราเดินข้ามผ่านอะไรตั้งมากมายในชีวิต ตอนนั้นเจ้าอีโก้ก็ช่วยดันเราให้มาเหยียบเมืองฮวงจนได้

 

 

ตอนนี้ความสงสัยอันใหม่เริ่มขึ้น เมื่อพบเจอกับเนื้อหาและความรู้ในป.เอกที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับที่เคยทำมาเมื่อตอนป.ตรีและโท เออนะ แล้วกรูจะรอดไหมเนี่ย? เคยได้ยินว่าชีวิตคือการเอาตัวรอด สงสัยจะไม่ผิด ที่ผ่านมาเราต้องเอาตัวรอดเสมอ จะเดินรอด วิ่งรอด หรือกลิ้งรอด มันก็คือต้องรอด ตอนนี้จะกลิ้งต่อไปก็คงไม่ถือว่าแปลกใหม่

 

คำถามเรื่องกรูจะรอดไหม ยังคงหาคำตอบ

ตอนนี้เกิดคำถามใหม่ อิอิ นิยายเรื่องของพาย จะเขียนจบไหม

คำตอบก็เหมือนกับเรื่องเรียนเอก เออมันกำลังอินโปรเกรส ใจเย็นๆ เทคอิทอีซี่ แล้วทุกอย่างในโลกแห่งโชคชะตาก็จะบันดาลมันมาเองค่ะ ฮ่าๆ

 

 

 

 

 

จบไดอาคาริ

 

 

Embarassed Embarassed Embarassed

edit @ 26 Oct 2012 22:13:46 by acari

เป็นไง ไปเที่ยว สนุกป่าวว question

#13 By secret_love (103.7.57.18|193.190.255.60) on 2012-11-07 04:43

กลับมาแล้วค่าาาาา

#12 By acari (103.7.57.18|195.83.87.190) on 2012-11-06 20:17

พี่สบายดีค่ะ ไม่เกี่ยว ไม่โดนค่ะน้องตัวกลม อยู่คนละฝั่งกันค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่เป็นห่วง
open-mounthed smile 
อาคาไม่อยู่หนีไปเที่ยวกับน้องเลิฟค่ะ กลับมาคงมีเรื่องมาเล่าbig smile

#11 By พี่จ๋า (103.7.57.18|98.151.247.50) on 2012-11-03 09:58

พี่จ๋า เป็นอย่างไรบ้างคะ embarrassed
พี่ไม่เกี่ยวกับพายุใช่ไหม

#10 By ตัวกลม (103.7.57.18|58.97.76.130) on 2012-10-30 15:40

ปิดเหรอ น่าเสียดายอ่ะ
ไม่เป็นไร
ตะกี้ลองสมัครทวิต เหมือนเคยสมัครเมื่อนานมาแล้วด้วย ไปปัดฝุ่นใหม่
แต่สารภาพ ไม่เคยเล่นทวิตเตอร์เลย ยังงงๆ ว่ามันโพสอะไรได้บ้าง ฮ่าๆ
https://twitter.com/acariclub
ตามลิ้งนี้ค่ะ อยากไปเที่ยวเล่นก็ตามสะดวก
big smile

#9 By acari on 2012-10-29 06:25

กอดดดดดดดดๆๆๆ รักน้องๆเหมือนกันค๊า big smile open-mounthed smile confused smile

#8 By พี่จ๋า (103.7.57.18|98.151.247.50) on 2012-10-29 00:05

สวัสดีพี่ๆทุกคนค่ะ เราไม่ค่อยได้เข้ามาค่ะ
 
ขอบคุณค่ะ สำหรับกำลังใจ รักพี่ๆที่สุดเลยย
แต่เราว่าที่ฝรั่งสวยกว่าที่นี่....ไปเปิดในโทรศัพท์เราก็ถ่ายมาเหมือนกัน
แต่ยังไม่งามเท่า ไม่งามเลยดีกว่า
ปลาร้าก็ปลาร้าเถอะ ร้านปิดก็อด
คือว่าวันที่พี่จะมาหาปลาร้านั้น เป็นวัน All saint ร้านปิดจ้าาา
ที่บรัสเซล์มีร้านจีนร้านใหญ่ ได้ข่าวว่ามีมะม่วงดองขายด้วย 

#7 By secret_love (103.7.57.18|193.190.255.60) on 2012-10-28 04:08

ฟังเพลงแล้วอยากดูละครเวทีเลย
รอดมั้ย หรือจะไม่รอด ฮิฮิ
พี่เลิฟไม่ต้องกังวลไป อยู่ไปอีกสามเดือนความเครียดก็จะลดลงเอง
ช่วงนี้เจออะไรใหม่เร็วไป มากไป บางทีตั้งตัวไม่ทัน เป็นเรื่องปกติ คิดว่าเป็นกำไรชีวิตดีกว่า ไปหาปลาร้าในเบลกินกัน ฮิฮิ
ตัวอ้วนฮะ เค้าว่าที่นี่ก็ไม่เห็นจะสวยเท่าไหร่เลยนะ ถ้าที่เกาหลียิ่งกว่านี้ละก็ ก็คิดว่าบินไปเพื่อไปซื้อโสมก็แล้วกัน sad smile
สู้ๆ เช่นกันค่ะคุณตัวกลม ชีวิตลุ้นๆ ก็ตื่นเต้นดีค่ะ
ขอบคุณคำชมค่ะพี่จ๋า โดยเฉพาะของแถม อิอิ big smile

#6 By acari on 2012-10-28 01:12

รอดอยู่แล้ว เราเอาตัวรอดได้เสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง พี่เชื่อว่าเราเป็นคนเก่ง อีโก้สูง ติสยิ่งสูงมาก อิอิ(อันหลังแถม)
(ลูกใครเนี่ย ขี้สงสัยตั้งแต่ สมัยฟันน้ำนมขึ้นใหม่ๆ)
น้องเลิฟ ....พี่เชื่อว่าน้องทำได้ จริงๆแล้วห่วงเราน้อยกว่าพี่สาวเรา อิอิ สู้ๆน๊า พี่ๆเป็นกำลังใจให้อยู่แล้ว
น้องตัวกลม สบายดีหรือเปล่าคะ ไม่ค่อยได้เข้าเลยไม่ค่อยได้เจอ
น้องTowอ้วนขึ้น น้องไม่อยู่ ลูกพี่ไม่มีคนบ่น เลยแชทหนัก อิอิopen-mounthed smile

#5 By พี่จ๋า (103.7.57.18|98.151.247.50) on 2012-10-27 20:57

เดี๋ยวมันก็รอด
แต่ช่วง จะรอดมั้ย... ต้องลุ้นกันหน่อย

สู้สู้ นะคะ big smile

#4 By ตัวกลม (103.7.57.18|182.232.136.1) on 2012-10-27 12:06

ก็ตั้งใจทำงานสิ
อย่ามัวแต่แชท

รู้งี้ไปหาอาคาดีกว่า ต้นไม้สวยกว่าตั้งเยอะ

#3 By Tow อ้วน (103.7.57.18|1.4.204.77) on 2012-10-27 10:38

เราถูกใจอันนี้มากๆเลย embarrassed  .....จะรอดมั๊ย......
ต้นไม่มีวิธีเดียวคือการผลัดใบเพื่อผ่านฤดูหนาวไปได้
คนเราก็น่าจะมีหลายวิธีเพื่อการเอาตัวรอด
เราก็กำลังอยู่ในช่วงมึนงง แต่ก็สู้ๆค่ะ big smile

#2 By secret_love (103.7.57.18|193.190.255.60) on 2012-10-27 05:53

อูยย วันนี้มาแบบคิดเยอะ เรื่องเยอะแยะ ยังย่อยความคิดตามไม่ทัน
แต่เห็นบ่นๆ รอดไม่รอด นึกถึงเพลงนี้เลย
http://www.youtube.com/watch?v=xk7eOjik-mg

#1 By Pan (103.7.57.18|171.6.146.132) on 2012-10-26 22:49